นิทานเรื่องนี้มีชื่อว่า
posted on 11 Jun 2009 00:13 by eightzเมื่อราวๆสามปีที่แล้ว ชั้นปีจัดไปรับน้องเที่ยวทะเลเกาะสเม็ด ผมอยากไปมาก อยากได้สนุกกับเพื่อนๆสามวันสองคืน
มีรูปถ่ายมีความทรงจำดีๆ เพื่อนพ้องร้องเพลงรอบข้าง มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะลืมเลือน
ทว่า แม่กับพ่อไม่อยากให้ไป ด้วยเหตุผลที่ว่า
"ปีนี้ลูกจะมีเคราะห์กรรมเกี่ยวกับน้ำ" ฟังดูเป็นไง ดีมั้ย?
แม่พูดโน้มน้าวผมตลอดสิบวัน ไม่เว้นเลยสักวันที่จะไม่พูดเรื่องนี้
โน้มน้าวทุกวิถีทางให้เพื่อให้ผมไม่ไป ทำไงก็ได้ให้ผมหยุด
แน่นอน ผมเลยตอบตกลงกับท่านว่า ไม่ไป
เพื่อนๆทุกคนเที่ยวกันสนุกสนาน มีวคามทรงจำดีๆ ร้องเพลง สังสรรค์
มีภาพถ่ายมีของฝาก แลกของที่ระลึก มีวันวานที่ควรนึกถึง
ส่วนผม กลับต้องมานั่งกินปลาหมึกไม่ละห้าบาท หลอกตัวเองว่ามีความทรงจำดีๆกับเค้า
ในรั้วมหาวิทยาลัย
ทุกครั้งที่ผมนึกถึงเรื่องนี้ ผมอยากจะร้องไห้ หลายครั้งที่ผมร้องไห้ออกมา
หลายครั้งที่ผมเอาหน้าทุบโต๊ะจนเลือดกำเดาไหล หน้าผากแตก ดั้งหัก
เพื่อหลอกตัวเองว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดีแล้วล่ะ ทั้งหมดนั้น
ผมไม่ต้องตายเหราะวิบากกรรมทางน้ำของแม่
แลกมากับการที่ผมเสียโอกาสที่จะมีความทรงจำที่ดีกับเพื่อนเพียงโอกาสเดียวในชีวิต
เสียมันไปแล้ว ไม่อาจคว้ามันคืนมาได้ สำหรับผม ค่าเท่ากันกับตายไปแล้ว
หลังจากนี้ ผมก็จะกลายเป็นแค่ผู้ใหญ่ไร้ค่าที่ไม่มีความทรงจำดีๆในชีวิตเลย
อย่างที่พ่อกับแม่ต้องการไงครับ
ผมอิจฉาทุกคนที่มีความทรงจำดีๆในชีวิต อิจฉาทุกคนที่มีรูปถ่ายเวลามีความสุข
อิจฉาทุกคนที่มีความสุขกับเพื่อนพ้องและคนที่รัก
ผมไม่มีอีกแล้ว ชีวิตของผมมันจบไปแล้ว ตายดับดินตั้งแต่กินปลาหมึกไม้แรก
ของสุดสัปดาสุดท้ายในเดือนมกราคมปีนั้น
พอเข้าเรียนปริญญาโท
มีทริปดูงานกระบี่ สองวันสามคืน แต่ มันเป็นสัปดาเดียวในรอบครึงปี
ที่ผมกับคนรักมีโอกาสได้พบกัน
แล้ว เค้าว่าไง????
พ่อบอกว่า เรียนปริญญาโทต้องมีคอมมิวนิตี้
ต้องรู้จักคนเยอะ ผูกสัมพันธ์ในชีวิตกับคนอื่น ต้องทำความรู้จักกับเพื่อนให้มากขึ้น
พ่อบอกว่าอยากให้ผมไปเที่ยว ถ้าไปจะให้เงินไปห้าพัน?????
แล้วคนรักผมล่ะ?
แค่แฟนอะไรมากนักหนาหรอ? จะพูดอย่างงั้น?
แล้ว ปีนี้ผมไม่มีวิบากกรรมห่าเหวนั่นแล้วใช่มั้ย
ไม่ต้องมาตายหงส์ตายห่านกับการเดินทางใช่มั้ย
ชีวิตจะรุ่งโรจน์ถ้าไปเที่ยวใช่มั้ย
อยากให้ผมไปนักใช่มั้ย
แล้วคนรักผมล่ะ
แล้วชีวิตเหี้ยๆของผมในอดีตล่ะ เวลาทั้งชีวิตที่เสียไปแล้วล่ะ
ความทุกข์ใจที่ผมต้องมานั่งกินปลาหมึกคนเดียวเนี่ย จ่ายคืนมาด้วยทริปนี้ใช่มั้ย
ตอนนี้ ผมตัดสินใจแล้ว ผมไม่ไป พ่อทำท่าทางไม่สบายใจ มาพูดโน้มน้าวให้ผมไป
ตอนนี้คงสายไปแล้ว ผมมันเน่าตายไปตั้งแต่สามปีก่อนแล้ว
ตอนนี้ผมเป็นแค่ผู้ใหญ่ไร้ค่าที่มีความต้องการเพียงอย่างเดียวในชีวิต
คือ มีชีวิตเน่าเฟะไปเรื่อยๆ หยิบยืมความฝันห่วยแตกจากประกันชีวิตมาเสพให้มีความหวังลมๆแล้วๆต่อไปวันๆ
ทำงาน เก็บเงิน แต่งงาน มีรถ มีบ้าน จบแล้ว
ทั้งหมดเหลือเท่านั้น ต่อจากนี้ ชีวิตผมจะอยู่กับภรรยาที่ผมรักเพียงแค่นั้น
พ่อกับแม่ วางแผนจะไปต่างประเทศทั้งครอบครัวหลังจากที่ผมเรียนจบ
ผมตั้งใจแน่วแน่แล้ว ว่า ผมจะไม่ไป ไม่มีทางไป
พวกท่านไปสนุกกันซะเถอะ ให้รางวัลกับความเหนื่อยยากของชีวิตท่าน
ส่วนผม จะจมอยู่กับชีวิตเน่าๆที่พวกท่านช่วยกันสร้างให้ผมไปจนกว่าจะตาย
ส่วนเรื่องที่ ป้าจะเอาผมไปเที่ยวที่ไหนก็ตาม ฝันไปเถอะว่าผมจะไป
ผมไม่ใช่คนที่เคยทำประโยชน์ในชีวิตอะไรให้ท่าน เรื่องอะไรผมต้องไปติดหนี้บุญคุณท่านด้วย
ชีวิตผม เป็นของผม ผมจะเดินทางด้วยตัวผมเองเท่านั้น อยากให้ผมไปด้วยมั้ย ฆ่าผมทิ้งก่อนสิ
ค่อยเอาศพผมไป
สนุกมั้ย พ่อกับแม่ ที่เอาชีวิตผมใส่เครื่องปั่นแล้วผสมมันจนได้สูตรอาหารหมูชั้นต่ำเนี่ย
ตั้งแต่จำความได้ ผมถนัดซ้าย และถูดด่าถูกตีจนไม่กล้าใช้มือซ้าย เพราะแม่กลัวผมแตกต่างใช่มั้ย?
ผมเลยโง่ไง
ทำไมผมต้องเลือกสายวิทย์ตอนเรียนม.ปลาย? ผมอยากเรียนภาษา เรียนศิลปะ
เพราะ อยากให้ผมเป็นไอ้มนุษย์เงินเดือนเฮงซวยห่วยแตก ทั้งชาติงั้นเหรอ?
ทำไมผมซิ่วไปเรียนแบคนอื่นๆไม่ได้?
เพราะ อับอายที่ลูกชายจะเรียนไม่จบสี่ปี เอาไปคุยที่ไหนก็ไม่ได้งั้นสิ?
หรือกลัวว่า ลูกชายจะหนีไปเรียนศิลปะ ร้องเพลง การดนตรี วาดรูป ภาษา?
ต้องเรียนคอมพิวเตอร์ให้จบนะลูก?
ผู้ใหญ่ไร้ประโยชน์ไม่เคยเหลียวแลเลย ว่าโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว
ผมจำได้ดีวันที่พี่สาวผมทะเลาะกับพ่อเรื่อง เรียนต่อ
"เรียนจบออกมาแล้ว มึงจะไปทำห่าอะไรแดกวะ"
ผมจำมันได้แม่น พี่สาวอยากเรียนออกแบบ แล้วเป็นไง
วันนี้อาชีพที่จะไปทำห่าแดกอะไรไม่ได้ของพ่อ มันเป็นที่ต้องการรายวัน
เงินเดือนจบใหม่สามสี่หมื่น ถ้ามันเรียนสายนั้น ตอนนี้เงินเดือนแม่งแสน
สนุกมั้ยครับพ่อ ที่ทำให้ชีวิตพี่สามผมเหี้ยได้ขนาดนี้
ดีหน่อยที่ว่าผมมันตายห่าไปตั้งแต่ก่อนหน้าแล้ว
ชีวิตไม่มีความฝันอีกแล้ว เลยไม่มีปัญหาอะไรมาก
----------
มันถอยกลับไม่ได้แล้วล่ะ ชีวิตผมมันเน่าเฟะจนแก้อะไรไม่ได้อีกแล้ว
ทุกครั้งที่ผมนึกถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่งในเรื่องเหล่านี้
มันจะดึงกันมาเป็นลูกโซ่ จนกระทั่งผมคลุ้มคลั่งและทำอะไรสักอย่าง
ออใช่ วันนั้นผมทุบพัดลม
ก่อนหน้านั้นผมเอาหน้าทุบกับกำแพงบ้านจนเลือดอาบ
เมื่อกี้ ผมพึ่งชกปากตัวเองจนเลือดทะลักเต็มมือ
ถ้าผมยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ผมสาบานจากใจจริงเลยว่า
ต่อให้เป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตลูกผม ผมเลือกจะปล่อยมันไปตาย
กับความสุขครั้งสุดท้ายของชีวิตมัน มันไม่คุ้มหรอก กับการต้องมานั่งเสียใจกับหนองเน่าในชีวิต
ที่ย้อนกลับไปแก้อะไรไม่ได้อีกแล้ว
วันนี้ ผมจะไม่พูดว่า เอาวันนั้นคืนมา แต่ผมจะบอกพ่อกับแม่ว่า
ผมไม่มีวันอย่างงั้นในชีวิตหรอก เพราะพ่อกับแม่เอามันไปแล้ว
เอาวันเวลาที่ดีเหล่านั้น ไปจากผมตลอดกาล
ผมไม่ใช่คนกตัญญู เพราะ พ่อกับแม่ ได้ฆ่าผมจนตายดับดิ้นไปตั้งแต่วันเกิดในปีที่ 15 ของผมแล้ว
edit @ 11 Jun 2009 01:04:30 by Eightz